Friday, May 7, 2010

ความกระตือรือร้นในการทำงาน

     สัตว์โลกที่อ่อนแอเชื่องช้า จะมีชีวิตในโลกนี้ไม่ได้ฉันใด คนที่ขาดความกระตือรือร้นจะมีชีวิตอยู่สู้คนอื่นไม่ได้ฉันนั้น ลักษณะของคนที่จะเจริญก้าวหน้า จะมีความกระตือรือร้น ทำอะไรดูกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไว ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี ใฝ่เรียนรู้ ริเริ่มสร้างสรรค์ ทำงานเสร็จเร็ว เป็นที่ชอบพอของคนอื่น มีโอกาสก้าวหน้าดีกว่าคนอื่น

     สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้คนมีความกระตือรือร้น
  • ความรัก ความชอบในงานที่ทำ
  • มีแรงจูงใจบวก (สิ่งตอบแทนต่างๆ)
  • ถูกแรงจูงใจลบ (ถูกลงโทษ ถูกตำหนิ ถูกประมาท ความกลัว)
  • ได้รับความสะดวก (มีเครื่องมือ มีวัสดุ)
     ท่าทีในการแสดงออกหรือกระทำสิ่งใดๆ จะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัย เช่น เป็นคนเฉี่อย เป็นคนใจร้อน หรืออื่นๆ

6D สำหรับผู้มีความกระตือรือร้น
D1 = Dream ช่างฝันช่างคิด (คิดฝันในสิ่งที่เป็นไปได้)
D2 = Dig ขุดคุ้ย ค้นคว้า (ฝันหลายเรื่อง ขุดคุ้ยเอาเรื่องที่น่าสนใจมาทำให้เป็นจริง)
D3 = Discuss (พิจารณาไตร่ตรอง ถกเถียงกับผู้รู้ เพื่อดูความเป็นไปได้)
D4 = Decision (ตกลงใจ ตัดสินใจ)
D5 = Do (ลงมือทำ)
D6 = Develop (พัฒนา ปรับปรุง ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ)

  ข้อคิดสะกิดใจ
ความกระตือรือร้นเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะนำพาคนไปสู่ที่สูง
ศิริ ทรัพย์สมบูรณ์

Wednesday, May 5, 2010

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

     ทุกที่ทุกหน่วยงานบ่นกันทั่วไปว่าอยากได้ "คนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์" คิดหรือทำสิ่งใหม่ๆ ในทางสร้างสรรค์ คนเราใช่ว่าจะมีความคิดริเริ่มกันได้ทุกคน ในสิบหาหนึ่งได้ก็ดีมากแล้ว
     ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ จากสองส่วนประกอบที่สำคัญ คือ จากผู้เป็นหัวหน้างาน หรือจาก ตัวของตนเอง หรือทั้งหัวหน้างานและตัวของลูกน้องเองประกอบกันยิ่งดี
     หัวหน้างานที่กระตุ้นให้ลูกน้องมีส่วนร่วมคิดร่วมแสดงออก มอบหมายงานที่มีจุดประสงค์ชัดเจนท้าทายให้ลูกน้องจำเป็นต้องค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อทำให้งานได้ผล การจัดประกวดผลงาน การส่งเสริมให้มีการระดมพลังสมอง การให้ไปดูงาน การให้ศึกษาต่อ การส่งเข้าอบรม โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องกลับมาปรับปรุงงานใดหรือสร้างงานอะไรที่ใหม่ๆขึ้นมา แนวทางในการพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สามารถฝึกปฏิบัติได้ดังนี้
  1. ฝึกให้เป็นคน ช่างสังเกต เปรียบเทียบ คิดปรับปรุง ดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วว่าทำให้มีคุณสมบัติทำหน้าที่พิเศษอะไรเพิ่มขึ้นได้บ้าง จะปรับปรุง ให้มีความคงทน กว่าเดิมได้อย่างไร
  2. ฝึกให้เป็นคน รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ ชอบอ่าน ชอบฟัง ชอบดู ชอบเที่ยว ชอบสังเกต แล้วใช้สิ่งใหม่เรื่องใหม่ที่ได้พบนั่นแหละ เป็นฐานความคิดริเริ่มไปสู่สิ่งใหม่
  3. ฝึกให้เป็นคน ชอบทดลอง ชอบปฏิบัติ ช่างคิด ช่างฝัน การได้ลงมือปฏิบัติจริง จะเกิดการเรียนรู้ เมื่อพบปัญหา ปัญหานั้นแหละทำให้ต้องค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อเอาชนะปัญหา
  4. ถ้าตนเองว่า "ทำงานน้อยแต่ให้ได้ผลงานมากจะทำอย่างไร"
  5. คนอื่นพูดอะไร ฟังเขาก่อน อย่าเพิ่งค้าน โดยเฉพาะคนที่ต่างอาชีพกันจะมีมุมมองที่แตกต่าง
  6. คิดจะทำอะไร อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ให้พูดว่า จะทำได้อย่างไร คนที่มีความทะเยอทะยาน ช่างคิด ช่างฝัน ชอบหวัง เมื่อได้รับแรงจูงใจ หรือแรงกดดัน จะคิดสิ่งใหม่ๆ สนองความต้องการของตน
ข้อคิด สะกิดใจ
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะส่งให้คนโรจน์รุ่ง
ศิริ ทรัพย์สมบูรณ์



Tuesday, May 4, 2010

ทำงานต้องมีแผน

คิดก่อนทำ
     แสดงว่าไตร่ตรองก่อนว่าจะทำอะไรอย่างไรจึงจะดี นี่คือมีการวางแผนแล้ว คิดปุ๊บทำปั๊บ ขาดการไตร่ตรองที่รอบคอบ ทำแล้วผิดพลาด เสียอารมณ์ เสียเวลา เสียเงินด้วย
การวางแผนก่อนทำ
     ก็มิใช่ว่าทำตามแผนแล้วจะไม่มีโอกาสผิดพลาด แต่โอกาสพลาดมีน้อยกว่าไม่วางแผน คนที่มีประสบการณ์ มีข้อมูล มีวิธีการ ในการวางแผน โอกาสถูกจะมากกว่าผิด

ขั้นตอนการทำงานของ Deming (PDCA)
Deming กำหนดวงจนการทำงานไว้ 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 วางแผน (Planning = P)
      ก่อนวางแผนจะทำงานอะไรต้องรู้จุดประสงค์ให้ชัดเจน ตั้งคำถามกับตนเองแล้วตอบคำถามให้ได้ทุกข้อ เช่น จะทำอะไร ทำอย่างไร ออกมาจะให้ใครทำ (เลือกคนที่มีความสามารถ หรือถ้าเราทำเอง เราขาดความสามารถเรื่องใด จะเพิ่มเติมให้มีความสามารถได้อย่างไร) จะทำเมื่อไร (ช่วงเวลาหรือเวลที่เหมาะสม) จะทำที่ไหน (สถานที่ที่เหมาะสมอาจเลือกทำเล อาจเกี่ยวข้องกับงบประมาณ) เมื่อตั้งคำถาม และได้คำตอบแล้ว จะกำหนดออกมาเป็นแผนได้ คือ
"จะทำอะไร ทำอย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำที่ไหน และทำเมื่อไร"

ขั้นที่ 2 ลงมือทำ (Doing = D)
       ทำงานเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ในแผน ตรวจ ดูด้วยว่าขณะที่ทำถึงขั้นไหน ผิดพลาดอะไร หาทางแก้ไขด้วยยิ่งดี

ขั้นที่ 3 ตรวจสอบ (Checking = C)
       ตรวจสอบ ทดลอง มีคุณภาพ ใช้การได้ตามจุดประสงค์หรือไม่ ถ้าผลยังไม่เป็นที่พอใจ จะแก้ไขอย่างไร ขั้นนี้เป็นการตรวจสอบใหญ่ที่จริงมีการตรวจสอบย่อยอยู่ในระหว่างที่ทำอยู่แล้ว ถ้าระหว่างที่ทำติดตามตรวจสอบแก้ไขเป็นระยะ ขั้นที่สามจะไม่หนักใจ

ขั้นที่ 4 ปรับปรุง (Acting = A)
       จากผลงานในขั้นที่สามที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จะต้องปรับแก้ไขให้ผลงานดีขึ้นได้อย่างไร จากนั้นวนกลับไปเข้าวงจรตรงจุดวางแผนใหม่
ข้อคิด สะกิดใจ
       "เรือไม่มีหางเสือ หรือนักเดินทางไกลไม่มีเข็มทิศ จะไม่ถึงจุดหมายหรือถึงก็เสียเวลามากกว่าปกติ คนเราจะทำงานไม่วางแผนไม่มีขั้นมีตอน ก็จะไม่ต่างกับเรือที่ขาดหางเสือหรือนักเดินทางไกลที่ไม่มีเข็มทิศ"
ศิริ ทรัพย์สมบูรณ์