Showing posts with label Plan. Show all posts
Showing posts with label Plan. Show all posts

Tuesday, May 4, 2010

ทำงานต้องมีแผน

คิดก่อนทำ
     แสดงว่าไตร่ตรองก่อนว่าจะทำอะไรอย่างไรจึงจะดี นี่คือมีการวางแผนแล้ว คิดปุ๊บทำปั๊บ ขาดการไตร่ตรองที่รอบคอบ ทำแล้วผิดพลาด เสียอารมณ์ เสียเวลา เสียเงินด้วย
การวางแผนก่อนทำ
     ก็มิใช่ว่าทำตามแผนแล้วจะไม่มีโอกาสผิดพลาด แต่โอกาสพลาดมีน้อยกว่าไม่วางแผน คนที่มีประสบการณ์ มีข้อมูล มีวิธีการ ในการวางแผน โอกาสถูกจะมากกว่าผิด

ขั้นตอนการทำงานของ Deming (PDCA)
Deming กำหนดวงจนการทำงานไว้ 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 วางแผน (Planning = P)
      ก่อนวางแผนจะทำงานอะไรต้องรู้จุดประสงค์ให้ชัดเจน ตั้งคำถามกับตนเองแล้วตอบคำถามให้ได้ทุกข้อ เช่น จะทำอะไร ทำอย่างไร ออกมาจะให้ใครทำ (เลือกคนที่มีความสามารถ หรือถ้าเราทำเอง เราขาดความสามารถเรื่องใด จะเพิ่มเติมให้มีความสามารถได้อย่างไร) จะทำเมื่อไร (ช่วงเวลาหรือเวลที่เหมาะสม) จะทำที่ไหน (สถานที่ที่เหมาะสมอาจเลือกทำเล อาจเกี่ยวข้องกับงบประมาณ) เมื่อตั้งคำถาม และได้คำตอบแล้ว จะกำหนดออกมาเป็นแผนได้ คือ
"จะทำอะไร ทำอย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำที่ไหน และทำเมื่อไร"

ขั้นที่ 2 ลงมือทำ (Doing = D)
       ทำงานเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ในแผน ตรวจ ดูด้วยว่าขณะที่ทำถึงขั้นไหน ผิดพลาดอะไร หาทางแก้ไขด้วยยิ่งดี

ขั้นที่ 3 ตรวจสอบ (Checking = C)
       ตรวจสอบ ทดลอง มีคุณภาพ ใช้การได้ตามจุดประสงค์หรือไม่ ถ้าผลยังไม่เป็นที่พอใจ จะแก้ไขอย่างไร ขั้นนี้เป็นการตรวจสอบใหญ่ที่จริงมีการตรวจสอบย่อยอยู่ในระหว่างที่ทำอยู่แล้ว ถ้าระหว่างที่ทำติดตามตรวจสอบแก้ไขเป็นระยะ ขั้นที่สามจะไม่หนักใจ

ขั้นที่ 4 ปรับปรุง (Acting = A)
       จากผลงานในขั้นที่สามที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จะต้องปรับแก้ไขให้ผลงานดีขึ้นได้อย่างไร จากนั้นวนกลับไปเข้าวงจรตรงจุดวางแผนใหม่
ข้อคิด สะกิดใจ
       "เรือไม่มีหางเสือ หรือนักเดินทางไกลไม่มีเข็มทิศ จะไม่ถึงจุดหมายหรือถึงก็เสียเวลามากกว่าปกติ คนเราจะทำงานไม่วางแผนไม่มีขั้นมีตอน ก็จะไม่ต่างกับเรือที่ขาดหางเสือหรือนักเดินทางไกลที่ไม่มีเข็มทิศ"
ศิริ ทรัพย์สมบูรณ์


Sunday, May 2, 2010

รู้จักจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง

คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อสิ้นสุดในแต่ละวัน คุณได้ทำอะไรเสร็จไปแล้วบ้าง


        อย่ามัวแต่งมงายอยู่กับเครื่องมือช่วยจัดการเวลาแบบสมัยใหม่กับคู่มือที่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้คุณจัดการอะไรได้ดีขึ้นเลย อุปกรณ์ที่คุณต้องใช้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ บันทึกรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-do List) แบบที่บางคนบอกว่าล้าสมัยไปแล้วนั่นแหละ
       ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องมืออะไรในการทำรายการที่ว่านั้นก็ตาม มีสิ่งสำคัญ 3 ประการที่คุณจะต้องใส่ใจคือ
  • การจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงานให้ดี และเป็นไปได้มากที่สุด
  • แบ่งเรื่องใหญ่ๆ ที่จะต้องทำออกเป็นข้อย่อย จะได้ทำให้สำเร็จเป็นข้อๆ ไป
  • การจัดเตรียมรายการใหม่สำหรับวันอื่นๆ
          คุณต้องจำไว้ว่าประมาณ 1 ใน 5 ของสิ่งที่อยู่ในรายการนั้น คือ สิ่งที่จำเป็นจริงๆ และคุณควรจะตั้งใจทำรายการเหล่านั้นให้สำเร็จก่อน ส่วนรายการอื่นอาจจะมีประโยชน์ แต่ถ้าทำไม่เสร็จ ก็คงไม่ถึงกับทำให้โลกแตกไปเดี๋ยวนั้น

ไอเดียสำหรับคุณ...
         จดรายการของงานที่คิดว่าจะทำไม่ได้เก็บไว้ในลิ้นชัก แล้วค่อยนำมันออกมาตอนเวลาเลิกงาน เมื่อคุณทำงานนั้นจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือเมื่อคุณคิดว่างานที่เขียนเอาไว้ในรายการคงไม่สำเร็จจริงๆ  การได้เห็นรายการนั้นอีกครั้งอาจช่วยให้คุณไม่มองเห็นภาพอีกด้านหนึ่งของตัวเอง และมีพลังมากขึ้นสำหรับวันพรุ่งนี้

          การที่จะจัดการกับรายการที่ดูยุ่งเหยิงอยู่นั้น ให้แยกรายการออกเป็น 2 รายการ รายการหนึ่งสำหรับสิ่งที่จำเป็นต้องทำวันนี้ กับรายการหนึ่งสำหรับสิ่งที่คุณอาจจะเก็บไว้ทำตอนที่มีเวลาพอหรือนึกอยากจะทำ อย่าแม่แต่จะคิดที่จะไปเหลือบดูรายการหลังก่อน จนกว่าคุณจะทำสิ่งที่อยู่ในรายการแรกสำเร็จเสร็จสิ้น

          เรียบเรียงรายการสำหรับวันพรุ่งนี้ในช่วงก่อนเลิกงานของแต่ละวัน อย่ารอจนถึงตอนเช้าของอีกวันแล้วพบว่า งานแรกในรายการของสิ่งที่ต้องทำก็คือ การเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำของวันนี้นั่นแหละ แล้วก็อย่ามัวแต่แก้แล้วแก้อีกในรายการของวันนี้ ให้เริ่มทำใหม่ไปเลยในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ทุกคนจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเลิกงานจัดแจงเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย รอไว้สำหรับวันถัดไป อย่าได้ทำเช่นนั้น! ขอให้คุณมาเริ่มวันใหม่กับโต๊ะรกๆ และสมองที่ปลอดโปร่งยังจะดีซะกว่า

ข้อคิด  สะกิดใจ
"การไม่ได้วางแผน ก็คือแผนที่ล้มเหลวอย่างหนึ่ง"
เอ็ฟฟี่ โจนส์