ความแตกต่างระหว่างงาน HRD และ OD (ดร.อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์)
จากแนวคิดของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงมีผู้ตั้งคำถาม ต่อไปว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เหมือนหรือแตกต่างไปจากงานพัฒนาองค์การ หรือ Organization Development : OD หรือไม่
Grieves และ Redman (1999) กล่าวว่า OD เป็นภาพสะท้อนอย่างหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือ HRD เป็นแนวคิดให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นภายในองค์การ โดยเน้นให้พนักงานมีการพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้ที่จะเพิ่มความสามารถและศักยภาพของตนเอง โดยมีจุดม่งหมายเพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานขององค์การให้ดีขึ้น
OD จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการปรับปรุงผลการดำเนินงานภายในองค์การขึ้น โดยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การสร้างทีมงาน การให้ข้อมูลป้อนกลับ และการออกแบบโครงสร้างงาน เป็นต้น พบว่าแนวคิด OD จะอยู่บนพื้นฐานของศาสตร์ในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เน้นการหาเครื่องมือที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและผลประกอบการขององค์การ ขณะที่แนวคิดของ HRD จะเน้นไปที่การฝึกอบรมและการพัฒนา เน้นการพัฒนาทักษะของพนักงานเพื่อเพิ่มผลงานของพนักงานให้ดีขึ้น
ซึ่งจากบทความในหนังสือกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของดร.อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ ได้กล่าวถึงแนวคิดของ Jerry W. Gilley, Steven A. Eggland และ Ann Maycunich Gilley ในหนังสือ Principle of Human Resource Development ที่ได้นำเสนอหลักการในการพิจารณาองค์ประกอบของ HRD ไว้อย่างน่าสนใจโดยใช้ตาราง Matrix เป็นตัวแบบในการนำเสนอโดยใช้ 2 มิติประกอบกัน คือ มิติทางด้านจุดเน้น (Focus) และมิติด้านผลลัพธ์ (Recults) ของกิจกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พบว่า OD เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของงาน HRD ดังต่อไปนี้
เมื่อพิจารณา Matrix ข้างต้นจะเห็นว่ามีองค์ประกอบสำคัญของ HRD ดังต่อไปนี้
- การพัฒนารายบุคคล (Individual Development)
เป็นงานที่มุ่งเน้นในส่วนบุคคล และเกิดผลลัพธ์ในระยะสั้น การพัฒนาความรู้ ทักษะ และปรับพฤติกรรมการทำงานของบุคลากรแต่ละคนในองค์การเพื่อให้สามารถทำงานปัจจุบันที่ตนรับผิดชอบได้ โดยผ่านเครื่องมือที่มักจะนิยมใช้กันมาก นั้นก็คือการฝึกอบรม (Training)
- การพัฒนาอาชีพ (Career Development)
เป็นงานที่มุ่งเน้นส่วนบุคคลและเกิดผลลัพธ์ในระยะยาว ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ความจำเป็น เป็นรายบุคคลในส่วนของความสนใจ ค่านิยม ความสามารถ เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการวางแผนพัฒนาให้พนักงานมีความรู้ และทักษะในการทำงานเพื่องานในอนาคต
- การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)
เป็นงานที่มุ่งเน้นภาพรวมของทั้งองค์การ และเกิดผลในระยะสั้น ซึ่งหมายถึงการมุ่งปรับปรุงผลงานขององค์การ โดยมีเป้าหมายเพื่อประกันหรือรับรองว่าบุคลากรจะต้องมีความรู้ ทักษะ มีแรงจูงใจ และมีสภาพแวดล้อมที่ดีในการสนับสนุนให้บุคลากรสร้างผลงานได้อย่างสัมฤทธิ์ผล
- การพัฒนาองค์การ (Organization Development)
เป็นงานที่มุ่งเน้นภาพรวมองค์การ และเกิดผลในระยะยาว ซึ่งหมายถึงการแก้ไขปัญหาขององค์การ การปรับปรุงหรือวางระบบโครงสร้างองค์การ การสร้างวัฒนธรรมองค์การ การกำหนดกลยุทธ์และกระบวนการบริหารงาน และการสร้างให้เกิดภาวะผู้นำ
Showing posts with label Organization Development. Show all posts
Showing posts with label Organization Development. Show all posts
Wednesday, May 12, 2010
Tuesday, May 11, 2010
การรักษาคนให้อยู่กับองค์กร (2)
เมื่อวานนี้เราได้ศึกษาถึงสาเหตุที่คนลาออกจากงานทั้ง 7 ประการ ซึ่งถ้าพิจารณาให้ดีๆ จะเห็นได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยังไม่ดี หรือยังไม่มีนั่นเอง โดยแนวคิดของ HRD และ HRM ตามแนวคิดของ ดร. อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ จากหนังสือกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีดังนี้
นอกเหนือจากฟังก์ชั่นงานหลักๆ ทั้ง 7 ด้านแล้ว Werner และ Desimone (2006) ยังได้กล่าวถึงฟังก์ชั่นงานย่อยอีก 3 ด้านที่มมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมการบริหารจัดการงานทั่วๆ ไป ดังต่อไปนี้
จะเห็นได้ว่าฟังก์ชั่นงาน HRM เป็นฟังก์ชั่นที่ใหญ่ครอบคลุมงานด้านบุคลากรในหลากหลายด้าน ปัญหาอยู่ที่ว่าองค์การต่างๆ จะต้องเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซึ่งองค์การพยายามที่สร้างความได้เปรียบจากการแข่งขันด้านต้นทุน ความท้าทายที่ทุกๆ องค์การตต่างตั้งคำถามตนเองไว้ก็คือ "จะทำอย่างไรให้คนทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำงานให้ตอบสนองต่อการปรับเปลี่ยนของโลกยุคโลกาภิวัฒน์" ดังนั้นฟังก์ชั่นงาน HRD จึงมีความสำคัญมากขึ้น โดยมีภาระงานที่เน้นในเรื่องของการศึกษาและการคิดหาวิธีการและเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาให้พนักงานเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
พบว่าจากคำตอบที่เกิดขึ้นนั้น จะใช้เป็นแนวทางในการคิดหาวิธีปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เหมาะสมต่อไป
HRM หรือ Human Resource Management เป็นแนวคิดของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เน้นการทำงานเชิงรุกมากกว่าการทำงานเชิงรับ ถือได้ว่าเป็นฟังก์ชั่นงานที่กำหนดขึ้นมาเพื่อช่วยและสนับสนุนการทำงานของผู้จัดการและหัวหน้างานตามสายงานต่างๆ ที่เรียกกันว่า Line Manager ซึ่งปรัชญาของงาน HRM นั้นจะอยู่ที่การหาบุคลากรให้เหมาะสมกับองค์การและลักษณะงาน และการใช้คนให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันนำไปสู่การทำงานให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดตามกลยุทธ์ที่องค์การกำหนดขึ้นมา
โดยฟังก์ชั่นของงาน HRM นั้นได้ครอบคลุมถึงหน้าที่งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ โดยมีผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งงานผู้อำนวยการ ผู้จัดการอาวุโส หรือผู้จัดการ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบงานในด้านต่างๆ Werner และ Desimon (2006) ได้แบ่งฟังก์ชั่นงานของ HRM เป็น 7 ฟังก์ชั่นหลักๆ ได้แก่
- Human Resource Planning
- Equal Employment Opportunity
- Staffing (Recruitment and Selection)
- Compensation and Bennefits
- Employee (Labor) Relations
- Health, Safety, Security
- Human Resource Development
- Organization/Job Design
- Performance Management and Performance Appraisal Systems
- Research and Information Systems
ซึ่งงานด้าน HRD จึงมิใช่เป็นเพียงการจัดฝึกอบรม (Training) ในห้องเรียนเท่านั้น แต่งานด้าน HRD จะต้องรวมไปถึงการหาเครื่องมือต่างๆ เพื่อพัฒนาให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ อันนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน ซึ่งจะต้องสามารถเชื่อมโยงผลการทำงานของตัวบุคคลไปยังผลการทำงานของทีมงาน หน่วยงาน และองค์การได้ในที่สุด
และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง จึงมีหลายๆ องค์การที่ได้จัดแบ่งโครงสร้างงาน HRD แยกออกไปจากงาน HRM โดยครอบคลุมถึงงานด้านการฝึกอบรม และงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งงานโดยส่วนใหญ่จะเป็นงานวิชาการ ในเชิงคิดวิเคราะห์เพื่อหาเครื่องมือที่เหมาะสม ในการเพิ่มความสามารถและศักยภาพของพนักงานนั่นเอง
HRD (Human Resource Development) หมายถึง กระบวนการในการกำหนดวิธีการที่ดีที่สุดที่จะปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ รวมถึงเพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานและผลผลิตต่างๆ ของพนักงานอย่างเป็นระบบขึ้นโดยผ่านกระบวนการของการฝึกอบรม การศึกษา และการพัฒนา อันนำไปสู่เป้าหมายที่มีต่อองค์การและตัวพนักงานเอง (D.Smith : 1990)
Marsick & Watkins (1994) : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง การบูรณาการแนวคิดของการฝึกอบรม การพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) และการพัฒนาองค์การเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นภายในองค์การ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ปฏิบัติอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์การ
Swanson (1995) : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง กระบวนการของการพัฒนาและการค้นหาความสามารถของพนักงาน ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ใช้ในการพัฒนาองค์การ (Organization Development) การฝึกอบรมและการพัฒนาพนักงาน (Personnel Training and Development) โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้น
ดร.อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง ระบบเปิด (Open System) ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลลัพธ์ (Output/Outcomes) และการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ ปัจจัยนำเข้า คือ ทรัพยากรมนุษย์ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ส่วนกระบวนการ คือ การพัฒนาความสามารถและศักยภาพของคนในองค์การ ซึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกๆ องค์การต่างพยายามแสวงหาเครื่องมือที่เหมาะสมในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของคนในองค์การขึ้น (ไม่มีเครื่องมือใดที่เหมาะสมกับทุกๆ องค์การโดยไม่มีการนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมและความพร้อมขององค์การ โดยเครื่องมือหนึ่งอาจจะเหมาะสมกับองค์การแห่งหนึ่ง แต่ไม่เหมาะสมกับองค์การอีกแห่งหนึ่งได้เช่นกัน) เมื่อมีปัจจัยเรื่องคนและกระบวนการในการพัฒนาคนแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย คือ การวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งจากตัวบุคคลและตัวเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ ด้วยการพยายามหาคำตอบจากคำถามที่ว่า
- คนในองค์การมีความสามารถและศักยภาพเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
- ความสามารถของพนักงานที่เพิ่มขึ้นนั้นสามารถส่งผลต่อไปยังผลสำเร็จของทีมงาน หน่วยงาน และองค์การบ้างหรือไม่
- ครื่องมือที่ถูกนำมาใช้นั้นดีและเหมาะสมกับองค์การหรือไม่ และถ้ายังไม่ดี องค์การควรจะเลือกใช้เครื่องมือใด เพ่อส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถและศักยภาพของพนักงานให้ดีขึ้น
การรักษาคนให้อยู่กับองค์กร (1)
วันนี้ผู้บริหารของบริษัทตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรให้คนอยู่กับองค์กรนานๆ" เป็นคำถามท้าทายความสามารถมากทีเดียวครับ ซึ่งถ้าพิจารณาจากหลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือ การสรรหาคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเข้ามา และก็จูงใจเขาให้ทำงานให้เต็มความสามารถ พัฒนาเขาให้ดีที่สุด สุดท้ายคือดูแลรักษาเขาให้ดีที่สุด ให้เขามีความสุขกับงานที่ทำ มีความสุขกับองค์กรที่อยู่ ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วก็คงจะไม่มีใครออกจากองค์กรไปไหนอย่างแน่นอน และอยู่กับองค์กรตราบนานเท่านานเลยทีเดียว
แล้วทำไมคนถึงไม่อยู่กับองค์กรนานๆ ล่ะ ทั้งๆ ที่เรื่องลาออกจากงานไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะมันหมายถึงความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รายได้ การเดินทาง เรื่องการปรับตัวและเรียนรู้ใหม่ๆ ด้านองค์กร ด้านตัวงาน และยังรวมไปถึงเส้นทางในอาชีพและหน้าที่การงานอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการลาออกมีหลายประการ แต่จากหนังสือ The 7 Hidden Reasons Employees Leave ของ Leigh Branham ซึ่งได้สรุปสาเหตุไว้ 7 ประการได้อย่างน่าสนใจดังนี้
แล้วทำไมคนถึงไม่อยู่กับองค์กรนานๆ ล่ะ ทั้งๆ ที่เรื่องลาออกจากงานไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะมันหมายถึงความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รายได้ การเดินทาง เรื่องการปรับตัวและเรียนรู้ใหม่ๆ ด้านองค์กร ด้านตัวงาน และยังรวมไปถึงเส้นทางในอาชีพและหน้าที่การงานอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการลาออกมีหลายประการ แต่จากหนังสือ The 7 Hidden Reasons Employees Leave ของ Leigh Branham ซึ่งได้สรุปสาเหตุไว้ 7 ประการได้อย่างน่าสนใจดังนี้
- เนื้องานหรือสถานที่ทำงานไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง
- การจัดคู่คนและงานอย่างไม่เหมาะสม (Mismatch) หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ได้ Put the right man on the right job.
- การสอนงานและการให้ข้อมูลป้อนกลับมีน้อยเกินไป
- ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่าไหร่
- รู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่าและไม่ได้รับการยอมรับ
- ความเครียดจากปริมาณงานที่มากเกินไป จนทำให้ไม่มีความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
- สูญเสียความเชื่อใจและความเชื่อมั่นในผู้บริหารระดับสูง
จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วมันคงไม่ใช่แค่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้คนตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะคนที่คิดจะลาออกส่วนใหญ่มักจะมีความกดดันมากพอสมควรก่อนที่จะตัดสินใจลาออก แต่ทั้งนี้การลาออกไม่จำเป็นต้องเกิดจากปัญหาและความกดดันต่างๆ ไปทั้งหมด การที่มีโอกาสใหม่ที่ดีกว่าที่เข้ามาหรือเหตุผลอื่นๆ ก็อาจเป็นสาเหตุให้คนตัดสินใจลาออกจากงานได้เช่นกัน
จากการศึกษาสาเหตุของการลาออกดังกล่าวข้างต้น สามารถหาแนวทางในการแก้ไขได้ 2 แบบ โดยใช้ควบคู่กันไป ดังนี้แบบที่ 1 โดยการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Managment)
แบบที่ 2 โดยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development)
วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ พรุ่งนี้เรามาศึกษาถึงรายละเอียดของแต่ละหัวข้อกันครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)


